Lagos and Geneva-New York Part 1
สวัสดีค่ะ
ได้ฤกษ์อัพเดทไดอารี่ซักที...หลังจากที่นุ้ยเจอภารกิจการบินอย่างหนักหน่วง
เมื่อวานวันหยุดแรก ก็ใช้ซะคุ้มค่า นอนซะเต็มขั้น แต่ก็ยังมีเวลาเหลือตื่นมาทำพาสต้ากุ้งซอสครีมให้เพื่อน แล้วก็อบเค้กช็อคโกแลต (ก้อนแรกในชีวิต) ซึ่งคอนเฟิร์มจากเพื่อนและแฟลตเมทแล้วว่า รสชาติอร่อยดี ถ้าจะลืมๆ หน้าเค้ก ที่นุ้ยเผลออบจนไหม้ไปบ้างน่ะค่ะ...อิอิ...
วันหยุดที่สอง ตื่นมาแต่เช้า นึกคึกอะไรก็ไม่รู้ ตื่นมาอบเค้กน้ำผึ้ง ทำไหม้ไปหนึ่งปอนด์ ก็เลยเหลืออีกแค่หนึ่งปอนด์ อบเสร็จ ก็แบ่งครึ่ง ไว้บ้านตัวเองครึ่งหนึ่ง เอาขึ้นไปบ้านพี่หน่องครึ่งหนึ่ง แล้วก็ออกไปข้างนอกไปทานอาหารไทย(มังสวิรัติ) ที่ร้านพี่หยิม กับพี่ๆ ก่อนที่จะกลับมาบ้าน แล้วก็แตงมานอนค้างด้วย ดีใจ คิดถึงแตง...เรานอนคุยกันจุ๋งจิ๋ง จนเหนื่อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
วันนี้วันหยุดที่สาม ตื่นมาสายโด่งทั้งคู่ แต่นุ้ยก็ต้องทำสิ่งที่ติดค้างให้สำเร็จ คืออัพเดทไดอารี่นั่นเอง ซึ่งมีรูปดองเอาไว้เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ทั้งจากที่ Lagos และ Geneva -Montreux-Lausanne -New York
เล่าก่อนว่า ไปลากอส ประเทศไนจีเรียมา เมื่อตอนปลายเดือน เป็นแพทเทิร์นที่ยาวที่สุด ก่อนไปก็กลัว กลัวไฟล์ท กลัวผู้โดยสาร เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่...ถูกพี่บี (CSD) จับหมกครัวตอนขาไป ก็โอเค เพราะไฟล์ทไม่เต็ม บางๆ เบาๆ ขากลับอยู่เคบิน ถึงจะเต็มปลิ้นก็ไม่เป็นไร รอดได้สบายบรื๋ออออออ
ที่นั่นออกไปเฉิดฉายข้างนอกไม่ได้...อยู่แต่ในโรงแรม ซึ่งมีชื่อเล่นว่า Crew Lounge ตามที่พี่บีบอกมา เพราะลูกเรือสายการบินอื่นๆ ก็พักที่นี่กัน อาทิเช่น KLM, Air France, Emirates etc. เดินชนกันน่ะ ลูกเรือทั้งน้านนนนน ชีวิตที่นั่น วันๆ ก็มีแต่กิน นอน เล่นเน็ต ว่ายน้ำ...ชีวิตไร้สาระมาก...หากทำกับข้าวเป็น เอาของกินไปด้วย ก็จะไม่ต้องใช้ตังค์เลยซักกะแดงเดียว
มาดูรูปกันค่ะ
ในห้องนอน
ที่ล้อบบี้
ห้องยิมฯ ดูดีเชียว
รอบๆ โรงแรม
แกงค์ F2
เมื่อ CSD โดนแก้แค้น
เมื่อ CSD โดนแก้แค้น ภาค2
ตื่นมาตอนเช้า ทำมื้อเช้าทานกับพี่บี และ Flora จากหม้อนางฟ้าสุดเลิฟ...ของนุ้ย และของพี่บี มีสองหม้อ แล้วทำกับข้าวสบายจัง...อิอิ...อิ่มแล้วก็ลงไปที่ล้อบบี้ นั่งเล่นเน็ต หรืออีกนัยหนึ่ง นั่งเฝ้าแลปท็อปของตัวเอง ที่โดนลูกเรือเลบานีสยืมใช้คุยกะแฟน แล้วก็ย้ายไปนั่งริมสระว่ายน้ำ ร้องเพลง เล่นบ้าๆ ถ่ายรูป แล้วก็ขึ้นห้องพี่บี ทำมื้อกลางวันกินกัน ลงมาที่ล้อบบี้ต่อ ดำเนินชีวิตในวงจรเดิมๆ แล้วก็ขึ้นไปทำมื้อเย็นกินที่ห้องพี่บีอีก...
นุ้ย กับไม้ขีดไฟก้านแรกที่จุดติด
ณ ริมสระว่ายน้ำ
สระว่ายน้ำ อีกที...
ตอนกลางคืนก็ไปผับกัน (อยู่ในโรงแรมน่ะแหล่ะค่ะ) งานนี้ นุ้ยเสียตังค์ค่าโง่ สั่งโค้กมากินที่ล้อบบี้ กระป๋องละ 4 USD ตามด้วยค่าโค้กในผับอีก 12 USD ต่อหนึ่งขวด ไม่นับรวมน้ำส้ม ที่มีผู้อุปการะให้ฟรี เอิ๊กๆๆๆ ถ้านุ้ยเป็นคนดื่มล่ะก็ คงคุ้มกว่านี้ แหะๆ เพราะพี่บี ฟลอร่า แล้วก็มาริโอ เค้าได้เบียร์ฟรีกันคนละขวด...ในผับก็เปิดเพลงโอเค มาริโอเต้นเก่ง จับพวกเราเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา เหนื่อยแทบตาย...เอาเป็นว่า ลากอส ไม่เลวร้ายหรอก ถ้าเราได้ลูกเรือดี และบ้าอย่างถึงที่สุด...อิอิ
กลับจากลากอสมา ก็ไปทำไฟล์ทเจนีวา-นิวยอร์คต่อ เป็นเวลา 7 วัน ไฟล์ทนี้สบายสุดแสนจะพรรณา ไฟล์ทก็ไม่เต็ม โหลดบางเบา... CSD CS และลูกเรือทุกคนน่ารักกันหมด งานนี้มี Thai Mafia และ Indian Mafia ค่ะ แต่รู้สึกว่า มาเฟียไทย จะเด่นกว่านะเคอะ อิอิ
เอ่อ ! นิดนึงนะคะ ใครก็ได้ ช่วยกรุณาแจ้งรอสเตอริ่งทีว่า ไฟล์ทเจนีวาน่ะ ต้องการ French Language Speaker นะคะ เพราะเค้าพูด French กันไม่เหมือนที่ Zurich จะส่ง German Language Speaker มาทำม้ายยยยยยยยย...ฮ่วย !!!!!
ทันทีที่ถึงโรงแรมในเจนีวา เราก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตกัน โดยมี หะ-โหน่ง มาแว้ว ณ บ้าน Al Maha เป็นผู้นำ ตามติดด้วยคุณพี่เปีย, น้องหมวย Kelly, คุณ Fajal Naughty FO และนุ้ยเองค่ะ เราต้องเดินผ่านสุสานด้วย ดีนะ ไปกันหลายคน แล้วก็ยังสว่างอยู่ ไม่งั้นล่ะ หลับหูหลับตาวิ่งจริงๆ...
ห้องนอนของข้าพเจ้าเอง
สุสานข้างโรงแรม ดึกๆ ก็สยองดี
อีกวันหนึ่ง ตื่นมาแต่เช้าตรู่ เราจะออกไปเที่ยวกัน เป็นแกงค์สาว โดยมีหัวหน้านำเที่ยวคือ Vaida ส่งตรงมาจากประเทศ Lithuania เรานั่งรถบัสโรงแรม ไปลงที่แอร์พอร์ต แล้วก็ต่อรถไฟไปที่ Montruexค่ะ สิ่งที่น่าสนใจของที่นั่นคือ Chateau de Chillon พอลงรถไฟแล้วเราก็ไปที่ท่าเรือ เพราะต้องนั่งเรือไปนะคะ ตั๋วที่ซื้อก็เป็นตั๋วรวมค่ะ รวมค่ารถไฟ และค่าเรือไว้ด้วยกัน ระหว่างรอเรือก็มีเวลานิดๆ เดินเล่นค่ะ เค้าทำเป็นเหมือนตลาดวันหยุดขายของเก่า อะไรแบบนี้ ก็ถ่ายรูปได้เยอะดีค่ะ สวยๆ ทั้งนั้น อ่ะเชิญพินิจค่ะ...
Vaida น้องผมบลอนด์ ในรถไฟ
นั่งรถไฟ ไปเที่ยวกันค่ะ
วิวสวยๆ บริเวณท่าเรือ
หะ-โหน่ง, Dagmar, นุ้ย, Kelly
เผื่อจะเจอโจรสลัด หล่อๆ บ้าง
กับป้ายธงชาติ สวิสเซอร์แลนด์
บนเรือก็มีทั้งชั้นธรรมดา และชั้นหนึ่ง อย่างนุ้ยนะคะ ก็แน่นอน ต้องชั้นธรรมดาอยู่แล้ว อิอิ...นุ้ยก็เจ๋อออกไปถ่ายรูปวิว ใครจะไปนั่งอุดอู้อยู่ข้างในได้เล่า อากาศข้างนอก ดี๊ดี น่ะค่ะ
นุ้ย กับคุณพี่เปีย ในเรือ
ยังคงอยู่ในเรือค่ะ
เห็นมั้ยคะ วิวสวย อากาศดี
ถึง Chateau de Chillon แล้วก็เที่ยวกันเลย...ปราสาทนี้ อยู่ริมน้ำเลยค่ะ แลดูเก่าแก่ดี เข้าไปก็มีเรื่องให้อารมณ์เสียนิดนึง เพราะกองถ่าย Bollywood from India เนี่ย เค้ามากั้นคนค่ะ นุ้ยกำลังจะนั่งถ่ายรูป ก็เลยโดนไล่ งานนี้ก็มีฉุนค่ะ คือข้าพเจ้าก็จ่ายตังค์เข้ามาเที่ยวนะเฟ้ย ไม่ได้เข้าฟรี...ทำไม๊ ทำไม ต้องเจอมนุษย์ส่ายหัวพวกนี้ ทุกที่ในโลกด้วยนะ ทำไม ??
รูปหมู่ที่ท่าเรือ Kelly ถ่ายภาพ
เย้ๆ มาถึงแล้ววววววววววว
เอ! นุ้ยคิดถึงใครอยู่น๊า???
ในคุกใต้ดิน บรรยากาศวังเวง เย็นชื้น เห็นที่ที่เอาไว้แขวนคอคนด้วย น่ากลัว อยู่ซักพักก็รู้สึกเหมือนจะจับไข้ รีบๆ หนีไปดีกว่า...ต่อไปนี้ ไม่รู้จะบรรยายยังไง ดูรูปเอาแล้วกันนะคะ
เห็นเชือกมั้ยคะ นี่ล่ะ ที่เอาไว้แขวนคอนักโทษ
อันนี้ก็หลักประหาร
เหมือนอยู่ในห้องเรียนของแฮร์รี่ พอตเตอร์เลย
ที่ระเบียง ยืนแบบกลัวพื้นไม้จะหัก
หะ-โหน่ง โผล่มาแจมที่หน้าต่าง
อันนี้คนจริงๆ ขยับตัวที ทำเอาหัวใจจะวาย
สถานที่ แลดูขลังดีจัง
มืดไปหน่อย แต่มุมภาพใช้ได้เชียว ขอบคุณก๊าบ หะ-โหน่ง
วิวสวยๆ จากหน้าต่างหอคอย สูงจังเลยยยยย
จาก Chateau de Chillon เอาออกมานั่งรถบัส ไปที่สถานีรถไฟ เพื่อที่จะไป Lausanne คุ้นๆ มั้ยคะ ก็ในหลวงของเรา ทรงประสูติที่นี่ไง (ใช้ราชาศัพท์ถูกมั้ยเอ่ย ถ้าผิดแก้ให้ด้วยนะคะ)
ที่ป้ายรถบัส
Lausanne Capitale Olympique ถ้าจะแปลง่ายก็คือ โลซานน์ เป็นเมืองหลวงแห่งโอลิมปิค คือองค์การโอลิมปิคตั้งอยู่ที่เมืองนี้ อะไรประมาณนี้ล่ะค่ะ เราก็เลยไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์โอลิมปิคกัน ไม่มีคำบรรยาย ตามรูปเลยนะคะ
หัวลำโพง เอ้ย! ไม่ใช่ สถานีรถไฟ โลซานน์ค่ะ
องค์กรอะไรซักอย่าง แห่งโลกเนี่ยล่ะค่ะ
วิวสวย ตามรายทาง
สวย...แปลก...ได้อารมณ์หนาวๆ อุ่นๆ
ถึงพิพิธภัณฑ์โอลิมปิคแล้ววววว เดินตั้งไกล แฮ่กๆๆ
ขี้เกียจแปล...ว่าเขียนว่าอะไร
มาเฟียไทย...หน้าทางเข้าอาคารจัดแสดง
วิ่งๆๆ กับชายหนุ่ม ที่Dagmarภูมิใจ ก็เค้าชาติเดียวกันค่ะ
ไฟโอลิมปิค
มานับถอยหลัง โอลิมปิค 2008 ที่ปักกิ่งกันค่ะ
รูปหมู่อีกที คราวนี้มีครบทุกคน...
เหนื่อยล้า...
จากพิพิธภัณฑ์ เดินไปเรื่อยๆ ที่สวนสาธารณะ ก็พบศาลาทองหลังนี้ ซึ่งอยู่ในสภาพที่ขาดการดูแล เศร้ามาก เพราะในหลวงทรงพระราชทานมาให้ ทำไม๊ ทำไม ไม่มีใครดูแล เห็นแล้วก็เศร้าอ่ะค่ะ
นี่ค่ะ ศาลาทอง เห็นมั้ยคะ ชำรุดทรุดเอียง เฮ้อ!!!
จากโลซานน์ก็กลับไปเจนีวา โหน่งพานุ้ยกับพี่เปีย แยกตัวออกมาจากกลุ่มไปกินอาหารไทยกันค่ะ ก็อร่อยดี ป้าแม่ครัวเป็นคนไทย แต่เจ้าของร้านเป็นคนจีน...นั่งทาน แล้วก็ซื้อกลับมาที่โรงแรมด้วย
แฮ่กๆๆๆ เหนื่อย...ไว้ต่อตอนสอง เมื่อนุ้ยเหยียบแผ่นดินอเมริกานะคะ...
นุ้ยอ่านคอมเมนท์ ก็ดีใจที่มีคนเป็นห่วงนุ้ย...อยากจะบอกว่า ตอนนี้นุ้ยสบายดีจริงๆ นะคะ สดใส แม้ว่าในบางเวลาจะมีอารมณ์เศร้าแทรกขึ้นมาบ้าง...แต่อย่างน้อยสิ่งบางสิ่งที่ได้รับรู้นะตอนนี้คือ...นุ้ยไม่เคยแพ้เลย...นุ้ยชนะ แล้วเค้าก็ได้รับบทเรียนของการตัดสินใจอันผิดพลาด ถึงนุ้ยจะยังคงรัก และห่วงเค้ามากแค่ไหน แต่นุ้ยก็ห่วงใจตัวเองมากกว่า ยิ่งตอนนี้มีอะไรดีๆ ในชีวิตเข้ามาเยอะแยะ มีพี่ดีๆ เพื่อนดีๆ งานดีๆ ก็ดีพอแล้ว กับชีวิตของผู้หญิงเรียบๆ ธรรมดาๆ คนหนึ่ง
.............สายน้ำ ไม่เคยหวนกลับ ..............
เป็นเรื่องจริง
ปล. เพื่อนต้าร์...ขอลอกเพลงนี้มาลงไดฯ บ้างนะ ก็เพลงนี้แหล่ะ ทำให้ชั้นมีกำลังใจชั้นเปิดไดฯ แกฟังซ้ำๆ ทุกวัน...หาโหลดมาให้หน่อยจิ นะๆๆๆๆๆ น้องแน็ตด้วย หาให้พี่นุ้ยด้วยนะค๊า
ปล. อีกที...ถึงพ่อกับแม่
อาการปวดคอ, ไหล่, หลังของนุ้ยดีขึ้นแล้วนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง พร้อมลุยต่อแล้วค่ะ...รักและคิดถึงพ่อกับแม่มากนะคะ...นับถอยหลัง เพื่อพบกันนะคะ...อีกเดือนเดียวเท่านั้นเอง...