เที่ยวด้วยอารมณ์เศรษฐี ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย
กว่าจะทำใจไปบินได้ ก็แอบน้ำตาตกอยู่เป็นพักๆ แม้ว่าจะขึ้นไฟล์ทไปแล้วก็ตาม เรื่องก็มีอยู่ว่า นุ้ยถูกเรียกจากสแตนด์บายก่อนหน้าไฟล์ทกรุงเทพ-แมนเชสเตอร์ ไปทำไฟล์ทกัวลาลัมเปอร์-บาหลี ซึ่งก็หมายความว่านุ้ยไม่ได้กลับบ้านไปกอดพ่อกับแม่...เมนูหมูๆ ที่ขอให้พ่อกับแม่เตรียมไว้ให้ เป็นอันว่าอดกิน...ก็เลยแอบเศร้าไม่ได้
ใจจริงก็อยากทำอยู่หรอกนะ ไฟล์ทนี้ เพราะบาหลี เป็น Destination ใหม่อีกที่นึง แต่ก็นะ มาให้ไปแบบนี้ ถ้าเลือกได้ ไม่ไปดีกว่าค่ะ...คนอยากกลับไปเจอกับแม่นี่นา แต่เอาเถอะ ไหนๆ ก็ผ่านมาแล้ว พาไปเที่ยวกันดีกว่า
เริ่มที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ก่อนเลย...โรงแรมที่พัก อยู่ในย่านที่เรียกว่าสะดวกสบายต่อการละลายทรัพย์มากๆ เพราะเดินทางหน้าโรงแรม ก็จะเจอสุไงวอง แหล่งช้อปปิ้ง ทางหลังโรงแรม เดินไปหน่อยก็จะเป็นตึกแฝด...แต่สิ่งแรกที่นุ้ยนึกถึงคือ อาหารค่ะ...ไปมาเลเซียทั้งที ไม่กินบักกุ๊ดเต๋ได้ยังไง...
Buk Kut Tea ก็คือ ซุปหมูๆ น่ะล่ะค่ะ จะใส่เป็นกระดูกหมู เครื่องในหมู หมูสามชั้นกรอบ หรือว่าเนื้อหมูนุ่มๆ หวานๆ ธรรมดาๆ ก็ได้...น้ำซุปหอมเครื่องยาจีน รสชาติกลมกล่อม ร้านที่นุ้ยไปทาน ค่อนข้างดังมากๆ ในกัวลาฯ มีดาราดังๆ ไปทานมาแล้วด้วย...ชื่อร้าน Sun Hong Buk Kut Tea ร้านนี้ เคยพาพ่อกับแม่ไปทาน เมื่อตรุษจีนปีที่แล้ว ที่เราไปเจอกันที่กัวลาฯ ใครเป็นแฟนไดฯ เก่าแก่ของนุ้ยคงจำได้นะคะ...
การไปร้านนี้ ก็ไม่ยากเลย ยืนหันหลังให้กับด้านหน้าของโรงแรม Crown Plaza Mutiara ก็เดินไปทางซ้ายมือ เดินตรงไปตามทางเรื่อยๆ ไม่เหลียวซ้ายแลขวา เพราะถ้าทำอย่างนั้นอาจจะเดินไม่ถึงร้านค่ะ อิอิ...เดินไปจนเห็นสุไงวองอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็อย่าหยุดเดินนะคะ เดินต่อไปอีกนิด จะเจอหัวโค้ง โรงแรมอะไรหว่า จำชื่อไม่ได้...ก็เดินโค้งซ้ายตามทางไปอ่ะนะคะ เดินไปอีกนิดนึง ก็ข้ามถนน เดินตรงต่อไปฝั่งตรงข้าม พอเห็นธนาคารอะไรซักอย่างอยู่ที่หัวมุม ก็ข้ามถนนอีกที เดินผ่านหน้าสตูดิโอถ่ายรูปแต่งงาน ก็โค้งซ้ายตามหัวมุมไปอีกที จะเจอร้านใหญ่ๆ ป้ายสีเหลืองสดใส เข้าไปได้เลยค่ะ อร่อยมากจริงๆ ราคาก็ไม่แพง กินคนเดียวพุงจะแตกตายคาร้าน จ่ายไป 27 ริงกิต ก็ประมาณ 270 บาทค่ะ
ไปกัวลาฯ คราวนี้ กินอย่างเดียว แล้วก็กลับไปที่ crew lounge เล่น MSN กับพ่อและแม่...แล้วก็กลับห้องไปคุยโทรศัพท์สายตรงกับคุณเพื่อนรักจากโดฮา แล้วก็นอนตื่นมาทำไฟล์ทไปบาหลี
ที่บาหลี...โรงแรมที่พัก ก็ดูโอเคดี สระว่ายน้ำสวย compliment สำหรับลูกเรือเพียบ...ทันทีที่เราถึงโรงแรม ก็นัดกันเลยกับลูกเรือทั้ง CSD, CS เจอกันภายในครึ่งชั่วโมง ออกไปแลกตังค์ และเดินเล่นชมเมืองกัน...โดยมีลูกเรือเลบานีส ซึ่งเก๋าโจ๋กับบาหลีมาก เพราะทำมาแล้วสองครั้ง เป็นไกด์นำทาง...ร้านแลกตังค์ เป็นร้านถ่ายรูปติดกับโรงแรมเลยนะคะ ให้เรตดีมากๆ ใครไปก็แลกที่ร้านนี้ละกันค่ะ นุ้ยกำเงินมาปึกใหญ่ จำนวนมหาศาลออกเดินเที่ยว...มือต้องตะปบกระเป๋าไว้ดีๆ ก่อนที่ใครจะมาตะปบไป อิอิ
บาหลี เหมือนพัทยามากๆ เลยค่ะ...อ่ะลืมบอก มีรถม้าด้วยนะ งั้นมิกซ์พัทยากับลำปางละกันค่ะ มีห้างฯ ใหญ่โตเชียว...พวกเราเดินกันเรื่อยๆ ดูอะไรต่อมิอะไรมากมาย ลูกเรือก็ไปหยุดกันที่ร้านดีวีดี เค้าว่ากันว่าถูก คุณภาพดี...เสียเวลาอยู่ที่ร้านนี้เป็นชั่วโมง หนอนหนังสืออย่างนุ้ย ไม่สนใจหนัง ก็เลยเดินเล่นๆ ได้แว่นตากันแดดมาอันนึงของดิออร์ ราคาถูกมาก 40,000 เท่านั้นเองค่ะ ตอนแรกเรียกราคาตั้ง 120,000 กรี๊ดเลย...ซื้อเสร็จ ลูกเรือเลบานีสบอกว่า ยูนี่โง่จัง ทำไมไม่ต่อ 20,000 เอ้า ก็ไม่รู้นี่นา... 40,000 ก็ถูกแล้วนะ
จากนั้นเราก็เดินกลับโรงแรมกัน กัปตันรออยู่ เราไปทานข้าวกันที่หาด นุ้ยลืมชื่ออ่ะค่ะ (นุ้ยทำกระดาษการท่องเที่ยวของนุ้ยหาย ชื่อสถานที่เที่ยวที่นุ้ยไปหายหมดเลย จะทำยังไงดี...แง) แต่เค้ามีรถจากที่ร้านมารับถึงโรงแรม ฟรีนะคะ ให้ทางโรงแรมโทรติดต่อให้ได้...
ร้านที่เราไปทานชื่อร้าน JBS Bumbu Bali Fresh Grilled Sea food บรรยากาศดีมาก นั่งกันริมหาด ฟังเสียงคลื่น โรแมนติกเชียวค่ะ...เราสามารถไปเลือกอาหารทะเลที่เราอยากจะทาน แล้วสั่งให้เค้าทำ นุ้ยเลือกปลา King Fish ตัวประมาณ กิโลกว่า (นี่เล็กสุดแล้วนะคะ) ให้แบ่งทำเป็นสองอย่างคือ Grilled กับ Barbecue Sauce เลือกระดับแซ่บเบาบาง หรือ mild ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ทอดกับ Garlic Butter ค่ะ...เครื่องดื่มก็นี่เลย น้ำมะพร้าวอ่อน มะพร้าวที่นี่ลูกโตมาก แต่ที่แปลกคือเค้าใส่น้ำมะนาวไปในน้ำมะพร้าวด้วย รสชาติแปลกๆ แต่ก็อร่อยชื่นใจดีค่ะ...ระหว่างที่ทานจะมีคนมาเล่นดนตรีด้วย เราเลือกขอเพลงได้นะคะ...คุณกัปตัน กับลูกเรือเลบานีสขอเพลงนี้ก่อนเลย No Woman No cry ไม่รู้ไปอกหักกันมาจากไหน ก็ร่าเริงกันไป...จนนุ้ยจะเบื่อเพลงนี้อยู่แล้ว เพราะเอามาร้องต่อกันจนกระทั่งกลับถึงโดฮา เอียนจัง...
อ่ะแถมให้นะคะ ใครอยากฟังเพลงนี้ก็เล่นเอาตามอัธยาศัยเลยนะคะ
ที่ร้านนี้ เค้ารู้จักแยกบิลด้วยนะคะ ตอนจ่ายตังค์เลยไม่ต้องมีปัญหา...บิลของนุ้ย 152,000 ค่ะ จ๊ากกกกกกกกกกก นี่ชั้นเป็นมหาเศรษฐีหรือยังไงนี่ กินข้าวมื้อนึงจ่ายเป็นแสน...เท่านั้นยังไม่พอค่ะ...นุ้ยยังคงเหลือเงินอีกฟ่อน รวยจริงๆ อิอิ กลับถึงโรงแรม เค้าไปผับกันต่อนุ้ยขอบาย นอนเล่นเย็นๆ ใจ...ซักพักมีสายเข้ามาจากโดฮา เลยเดินไป crew lounge ออนไลน์ MSN คุยกะคุณเพื่อนรักที่จะไปลีฟตั้ง 16 วัน...ที่นี่ดีจัง ไม่มีใครมารบกวน เล่นไป 3 ชั่วโมงเห็นจะได้...จนคุณคนขับที่สองมา ขอใช้คุยกะภรรเมีย...ก็โอเค คุณเพื่อนต้องไปเตรียมตัวแล้วด้วย ร่ำลากันเล็กน้อย C u on 16th na ka. Hope u have a great time at home.
วันรุ่งขึ้น ตื่นมาหม่ำอาหารเช้าฟรี กับสองลูกเรือสิงคโปร์ และ CSD จากนั้นนุ้ยก็แยกตัวไปเที่ยว sightseeing ค่ะ ก็ไม่อยากไปเล่น Parasailing กับพวกลูกเรือโรมาเนียนี่นา ตอนทำไฟล์ทมาแอบกัดกัน ชิชะ...เหมือนเคย sightseeing แบบนี้ นุ้ยไปคนเดียวกับขาตั้งกล้องเช่นเดิม เรียกรถตู้มาเลยค่ะ...คนขับเรียกราคา 500,000 โอย ! แพงมาก ทำหน้าตาละห้อยให้เค้าสงสาร ต่อเหลือ 300,000 เค้าก็โอเค
พักเบรกก่อน...ป่านนี้แฟนไดฯ คงหมั่นไส้นุ้ยแย่ ไปบาหลีแค่นี้ ใช้จ่ายทีเป็นแสนๆ รวยเหลือเกิ๊นนนนนนน อิอิ ไม่ใช่หรอกค่ะ ค่าเงินเค้าเล็กมากตะหาก 1 us dollar ได้ 90,000 Rupiah 1 GBP ก็ได้ 170,000 Rupiah อ่ะค่ะ... . ไอ้แว่นกันแดด ราคา 40,000 ที่ว่าก็ประมาณ เกือบๆ สองร้อยบาทเท่านั้นเอง...อาหารที่กินเป็นแสน ก็ประมาณ เจ็ดร้อยกว่าบาทบ้านเรา...อิอิ...แต่จริงๆ นะคะ เค้าตั้งค่าเงินแบบนี้ เป็นผลทางจิตวิทยากับนุ้ยมากๆ ทำให้ไม่อยากใช้จ่ายอะไรเลย เพราะรู้สึกว่ามันแพง เลขศูนย์เยอะเหลือเกิน คำนวณแทบไม่ถูก อิอิ ประหยัดตังค์...มีตังค์เหลือด้วย...ฮิ้ววววววววววววววววววววว
อ่ะเข้าเรื่องเที่ยวต่อ สถานที่เที่ยวเนี่ย ต้องนั่งรถไปไกลเชียวค่ะ ประมาณชั่วโมงครึ่งเห็นจะได้ นุ้ยหลับเลย เพราะแดดร้อนมากกกกกกก สถานที่แรกก็เป็นวัดฮินดูค่ะ ต้องขึ้นเขาและลงเขา กี่ลูกก็ไม่รู้ เล่นเอานุ้ยแทบหักขาตัวเองทิ้ง...นุ้ยจำชื่อวัดไม่ได้ กระดาษที่จดไว้หายไปไหนก็ไม่รู้อ่ะค่ะ...วัดนี้พิเศษตรงที่ต้องเดินอย่างที่ว่า แล้วเค้าก็มีน้ำตกด้วยค่ะ แต่น้ำค่อนข้างน้อย...ทางเดินเป็นหน้าผา ต้องระวังมากๆ เดินตัวเกร็งเลยนุ้ย วัดที่นี่ ถ้าใส่กางเกงขาสั้นมาต้องไปเช่าโสร่งนะคะ แล้วก็ต้องมีผ้าผูกเอวด้วย...ตามข้างทางก็จะมีชาวบ้านมาขายของพื้นเมือง ที่น่าสนใจ และน่ากลัวก็คงเป็น หน้ากาก สำหรับการเต้นบารองค่ะ
--นุ้ยกับโสร่งเขียว และชาวบ้าน--
จากวัดแรกไปต่อวัดที่สอง ชื่อ Tirta Empul อันนี้จำได้ เพราะถ่ายรูปป้ายมา อิอิ วัดนี้ เรียกว่าวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ค่ะ เค้าจะมีบ่อน้ำมนต์ แล้วคนบาหลีก็จะไปอาบทำพิธีชำระล้างจิตวิญญาณ คงเหมือนกับคนไทยเราไปวัดอาบน้ำมนต์ล้างเคราะห์อะไรประมาณนั้นนะคะ...ขอบอกว่า บ่อสวยมาก น้ำที่ไหลออกมาใสแจ๋ว แต่ในบ่อเป็นสีฟ้าใสๆ ทั้งๆ ที่ก้นบ่อก็เป็นหิน แสงที่สาดลงมาสว่างมากๆ ดูรูปนุ้ยนะคะ จะเห็นว่าสว่างสุดๆ ถ่ายกี่ทีก็ออกมาเป็นแบบนี้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอถ่ายรูปน้ำในบ่อ ถึงออกมาดำ ไม่เป็นสีฟ้าเหมือนของจริง แปลกแฮะ...
แล้วก็ไปต่อที่ภูเขาไฟ...ขอบอกว่าเมืองภูเขาไฟอย่างประเทศอินโดนีเซียเนี่ย น่ากลัวใช่ย่อย เพราะภูเขาไฟที่นุ้ยไปยัง active อยู่นะคะ...สวยมากเลย ที่เห็นดำๆ รอบๆ ภูเขาก็คือลาวาที่ไหลออกมาค่ะ...สถานที่จริงๆ จะแอบมีหมอกมีควันพุ่งมาบ้างเป็นระยะ เพราะในภูเขาไฟมีหินลาวาเดือดจัดๆ อยู่นี่นา...
เสร็จแล้วก็กลับโรงแรมค่ะ นุ้ยไปเที่ยวต่อไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมาก แต่กลับมาก็ยังฟิตไปว่ายน้ำที่สระต่ออีกพักนึง ค่อยกลับไปอาบน้ำนอน เตรียมทำไฟล์ทกลับกัวลาฯ ค่ะ
มาถึงกัวลาฯปั๊บ ก็หลับตายปุ๊บ...ตื่นมาบ่ายโมง ออกไปชิลล์กับ CS แล้วก็ลูกเรืออินเดียที่สุไงวอง...เจอแรงยุ ทำให้ได้ชุดเซะซี่ (หรือเปล่า) มาหนึ่งชุด...ใส่แล้วจะเป็นแบบนี้...อิอิ...
จากนั้นก็พาลูกเรืออินเดียใหม่ถอดด้ามไปถ่ายรูปกะตึกแฝด แล้วก็กลับโรงแรม มากินผัดไทย หลับต่อจนถึงเวลาปลุก ทำไฟล์ทกลับโดฮาค่ะ...
จบแล้วค่ะทริปยาวๆ ทริปนี้...เฮ้อ ! คิดถึงกรุงเทพ เมืองฟ้าอมร เที่ยวที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา
ปล. พ่อคะแม่คะ...ช่วงนี้ลูกง๊องแง๊งไปหน่อย ก็อย่าถือสานะคะ...ก็คิดถึงพ่อกับแม่มากๆ นี่นา อยากกลับไปกอดอ่ะค่ะ...รักพ่อกับแม่มากนะคะ จุ๊บๆ
Jecoute ce chant chaque fois, je pense a toi. เพลงนี้เก่าไปนิด แต่ทำนองสนุกสนานดีค่ะ