Buon Giorno!! Roma--โรม--เมืองนี้แสนโรแมนติก

โรม ครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้นมากๆ เค้าว่ากันว่าเมืองนี้สวยและโรแมนติก ไปเห็นมากับตาจึงรู้ว่า ที่เค้าพูดกันน่ะ ไม่ได้ครึ่งของที่เห็นเลยค่ะ...
ลูกเรือกาต้าร์พักกันที่โรงแรม Sheraton Roma ซึ่งจะมีบริการShuttle Bus จากโรงแรมเข้าไปในเมืองฟรี แต่เราต้องไปรับตั๋วก่อนเวลา ถ้าเต็มก็อด ต้องรอเที่ยวต่อไป...รอบเช้าสุดคือ 8.00 ค่ะ แต่ละรอบห่างกันชั่วโมงครึ่ง...รถบัสจะจอดตรงจุดท่องเที่ยวพอดี...โรม เป็นเมืองที่น่ารักมากๆ สถานที่ท่องเที่ยวเนี่ย เดินถึงกันได้หมดค่ะ และจะทำให้เราเดินเพลินจนหายเหนื่อยเชียว...ลืมบอกไป...มาเที่ยวโรม ห้ามลืมแผนที่นะคะ...สำคัญมากๆ ไม่งั้นเที่ยวไม่ครบและอาจจะหลงได้อีกตะหาก...
วันแรกที่ไปถึง บอกได้คำเดียวว่าหิวมากกกกก CSDให้เวลาพวกเราแค่ครึ่งชั่วโมงในการเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกไปทานข้าวกัน...นุ้ยก็รีบวิ่งผ่านน้ำโดยด่วน ล้างเครื่องสำอางค์ที่หนักหน้าออก...เชื่อมั้ยคะ เราออกไปทานดินเนอร์ด้วยกันเกือบครบทีม ขาดก็แต่โตชิฮิโร่ ลูกเรือญี่ปุ่น เค้าไม่สุงสิงกะใครเลยค่ะ
เรานั่งบัสเข้าไปในเมือง แล้วก็เดินๆๆๆๆๆๆ มีแต่ร้านอาหารน่านั่ง บรรยากาศดีๆ ทั้งนั้นเลย แต่ว่าเต็มค่ะ คนเยอะมากๆ กว่าจะได้ทานจริงๆ ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า แทบเป็นลม...จริงๆ เราอยากนั่งกันนอกร้านแต่ว่าไม่มีที่ ก็เลยต้องยอม ในร้ายก็ตกแต่งน่ารักดีค่ะ เพ้นท์ เป็นรูปบ้านเรือน มีการตกแต่งด้วยเสื้อผ้า และชั้นใน ใครเล่นของอาจจร้องจ๊ากได้...อิอิ...อาหารก็อร่อยดีค่ะ...หน้าตาก็ดังสไลด์ด้านล่างเลยนะคะ
--นี่ไงคะ การตกแต่งของร้าน เราขำกันจนน้ำตาเล็ดเชียว--

พออิ่มเราก็เดินกลับไปขึ้นบัสให้ทันเที่ยวสุดท้าย ตอนเที่ยงคืนครึ่งค่ะ...อิตาลี ขึ้นชื่อเรื่องของ Gelato หรือไอศกรีมมากๆ เราก็ไม่พลาดต้องชิมค่ะ...เห็นมั้ยคะ มีไอศกรีมรส Chocolate Chili ด้วย นุ้ยชิมแล้ว ก็รสชาติแบบช็อคโกแล็ต แต่ว่าเวลากลืนมันจะเผ็ดนิดๆ ในคอค่ะ ก็อร่อย แปลกๆ ดี
เช้าวันรุ่งขึ้น นุ้ยนัดกับ Maya ลูกเรือมาซิโดเนียน กับ Iona ลูกเรือโรมาเนียน ออกไปเที่ยวกัน โดยเราขึ้นบัสเวลา 9.30 เป็นบัสเที่ยวที่สองของวัน...เข้าไปในเมือง
ที่แรกที่เราไปคือ Fontana di Travi หรือน้ำพุเทรวี่ เค้าเชื่อกันว่า ใครมาที่นี่ ให้โยนเหรียญข้ามไหล่แล้วอธิษฐาน ก็จะสมหวัง และได้กลับมาอีก จะจริงมั๊ยน๊า??? รอดูกันต่อไปนะคะ...อิอิ...
ที่น้ำพุเทรวี่ คนเยอะมากๆ อ้อ! นุ้ยเอาขาตั้งกล้องไปด้วย แต่ไม่ได้ใช้เลย เพราะไม่กล้า กลัวจะโดนวิ่งรวบกล้องและขาตั้งไปน่ะสิคะ ใครจะไปเที่ยวอิตาลี ขอบอกเลยว่าต้องระมัดระวังข้าวของทรัพย์สินเป็นพิเศษ ไม่งั้นอาจจะหายโดยไม่รู้ตัว ถึงขึ้นมีคำพูดตลกๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวว่า ใครมาเที่ยวอิตาลี ไม่โดนล้วงกระเป๋า หรือข้าวของไม่สูญหาย เหมือนมาไม่ถึง เชื่อมั้ยคะว่า โรงแรมมีการแจกใบเตืนให้เราระวังตัวด้วยล่ะค่ะ (นุ้ยไม่โดนนะคะ...ขอแบบว่าเสมือนมาไม่ถึง ดีกว่าของหายค่ะ อิอิ)
จากนั้นก็เดินกันต่อ เราหลงไปโผล่ที่นี่ น่าจะเป็นพระราชวัง หรือสถานที่ราชการอะไรซักอย่าง เค้ากำลังมีมาร์ชชิ่งของทหารพอดี ก็เลยถ่ายรูปมาฝาก...

จากนั้นเราก็หาทาง และเดินจนไปถึง Spanish Square จนได้...คนเยอะค่ะ เยอะมากๆ เพราะเป็นแหล่งช้อปปิ้งของแบรนด์เนม แต่นุ้ยไม่ได้แวะค่ะ sightseeingรออยู่อีกเยอะ คราวหน้าละกันนะคะ...
นุ้ยกับMayaแยกกับIonaตรงนี้ เพราะคุณเธออยากช้อปปิ้งค่ะ เค้าพูดอิตาเลียนได้ เลยได้โรมทุกเดือน ไม่เหมือนลูกเรืออย่างนุ้ย ต้องลุ้นว่ามีวาสนาได้มาอีกมั้ย กร๊ากกกกกกก
เราสองคน นุ้ยกับMayaก็เดินต่อไปที่ Piazza del Popolo เหมือนเป็นจตุรัสประชาชนอะไรทำนองนี้ พอดีวันนั้นเค้าจัดงานเหมือนวันตำรวจแห่งชาติ เลยมีกิจกรรมที่นั่น เราขึ้นไปบน Viale Gabriele DAnnunzio ถ่ายรูปลงมาเห็นภาพมุมกว้างๆ สวยดีค่ะ...
จากนั้นก็เดินต่อไปยัง Vatican เรานัดเจอกับ Ionaที่นั่นค่ะ
Vatican เป็นรัฐที่เล็กที่สุดในโลก ที่มีการปกครองเป็นของตัวเอง...โดยมีพระสันตะปาปา เป็นประมุข โรม เป็นเมืองแห่งศานาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก โดยเฉพาะที่วาติกันนะคะ เราจะเห็นคนเคร่งศาสนามากมายทีเดียว...คนเยอะมากๆ รู้สึกว่าจะมีงานน่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้ต่อแถวเข้าไปข้างใน ให้คริสต์ศานิกชนเข้าไปดีกว่า
ถึงตอนนี้ ขานุ้ยเริ่มลากแล้วค่ะ เมื่อยและปวดมากๆ แต่ก็แข็งใจเดินต่อ...จนไปถึง Museo Nazionale di Castel SantAngelo ถ่ายรูปแต่ข้างนอก เข้าไปไม่ไหว ด้วยเหตุผลที่ว่าน่ะค่ะ เมื่อยจริงๆ
แล้วจากนั้นก็ไปโผล่จตุรัสอะไรไม่รู้ ลืมชื่อน่ะค่ะ แล้วก็เลยเดินต่อไปที่ วิหารพาเทนอน Pathenon ความมหัศจรรย์ของวิหารนี้คือ จะมีรูกลมๆ ใหญ่ๆ บนหลังคา เพื่อเป็นช่องรับแสง แต่เชื่อมั้ยคะ ว่าเวลาที่ฝนตก น้ำฝนจะไม่ตกเข้ามาในวิหาร ไม่รู้ว่าเค้าทำได้อย่างไร เอาอะไรเคลือบไว้ เพราะนุ้ยเล็งจนตาเหล่ ก็เห็นว่ามันโล่งๆ ไม่เห็นแผ่นพลาสติก หรืออะไรซักกะอย่างที่จะมาคลุมปิดเอาไว้เลย...งง จริงๆ ค่ะ
--นี่ค่ะ จตุรัส ที่นุ้ยลืมชื่อไปแล้ว--

--วิหารพาเทนอน--
จากพาเทนอน ก็วนมาจนถึงบริเวณที่จอดรถบัส แต่เรายังเที่ยวไม่ทั่ว แวะถ่ายรูปกับ Parliamentของเค้าก่อนค่ะ

แล้วก็เดินต่อ โดยมีจุดหมายคือ Colosseum ระหว่างทางมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ให้ถ่ายรูปอีกแล้ววววววว แถมยังเจอการเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามในโลกนี้ เช่นสงครามที่เลบานอน เป็นต้น เป็นการเรียกร้องของครอบครัวทหาร ให้ส่งตัวทหารหาญเหล่านั้น คืนสู่ครอบครัว...
ก่อนจะถึงโคลีเซี่ยม มีที่นั่งพัก เราก็ไม่รอช้า นั่งแหมะทันที ก็มันเมื่อยนี่คะ เดินมา 9 ชั่วโมงครึ่งแล้วววว จากการคำนวณเวลาของ Maya อิอิ ทำเอาหมดแรงจริงๆ

วันนั้นไม่รู้เป็นวันอะไร เราเจอคู่แต่งงาน มาถ่ายรูปมาถึง 11 คู่ค่ะ ทำเอาคนเหงาๆ อย่างนุ้ยตาร้อนผ่าวๆ ทีเดียว นั่งพักได้ครู่ใหญ่ๆ เราก็เจอคนขับที่สองของเราค่ะ เลยได้ทีลากมาเดินด้วยเลย (ให้ช่วยถือของน่ะค่ะ...อิอิ) คุณFO ถ่ายรูปสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก รูปนุ้ยที่โคลีเซี่ยม เค้าเป็นคนจัดท่าให้นะคะนั่น แล้วก็ลงไปนอนถ่ายกับพื้นเลย ลงทุนจริงๆ
จากที่ตั้งใจว่าไม่ไหวแล้ว จะกลับแล้ว...เราสี่คนก็ฮึดเฮือกสุดท้าย เดินไปยัง Mouth of Truth ซึ่งเป็นแผ่นหินกลมๆ เหมือนพระจันทร์ มีหน้าตา มีปากอ้าเอาไว้ เข้าว่ากันว่า ให้เอามือใส่เข้าไปในปาก ถ้าใครโดนถามคำถามแล้วไม่พูดความจริง ก็จะโดนหินนี้งับมือค่ะ...ปรากฎว่าพอไปถึง โฮๆๆๆๆๆ ปิดแล้ว เค้าเปิดถึง สี่โมงครึ่งค่ะ นุ้ยก็ได้แต่เกาะลูกกรงถ่ายรูปอย่างที่เห็น...หมดแรง กลับโรงแรมดีกว่า
บ๊ายบายแล้วค่ะ สำหรับโรม...ทริปนี้เหนื่อยสุดๆ จริงๆ แต่คุ้มมากๆ เที่ยวได้เกือบครบในแผนที่เลย...ถ้ามีโอกาสอยากจะกลับไปอีก ไปกับใครซักคน ที่ทำให้ โรม เป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดอย่างแท้จริงสำหรับนุ้ยค่ะ
ปล. พ่อคะแม่คะ...ชอบโรมมั้ยคะ...ขอเก็บตังค์ก่อนนะคะ แล้วปีหน้าจะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวค่ะ ว่าแต่ พ่อกับแม่ อย่าโรแมนติกจนเมืองที่แสนโรแมนติกเมืองนี้จืดไปนะคะ...อิอิ...พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่กรุงเทพนะคะ...คิดถึงพ่อกะแม่จะขาดใจ... |