lovely life in Colombo
LGW-MNL-good news from BKK-DXB and fire!!!!!!
Identify myself
Dhaka flight once again, so sick
กรุงเทพ-ปารีส-ลอนดอน รวมมิตรอีกแล้วววว
พาพ่อกับแม่เที่ยวPhilipines
Long Live the KING
Triple BKK
DOH-DEL-DOH-TIP-CMN-DOH
14 days in Thailand
ชีวิตแอร์ฯ คูโบต้า
รอสเตอร์ใหม่+ผมสั้น และ กลับบ้านเราดีกว่า...........
Madrid...Gallery and Dhaka detail
แดดสวย ฟ้าใสในMadrid, Spain
Gallery
Happy Birthday to me
Milan-Verona-Teharan-Hyderabad...ไดอารี่รวมมิตร
รึว่าเลือดจะไป ลมจะมา
Kathmandu...ทำไมต้องเป็นนุ้ยด้วยยยยย
Berlin...เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ
มัลดีฟส์...เออ!หนอ...เวลาช่างสั้น
ก่อนที่เราจะออกไปบิน...
Gong Xi Fa Cai...Kuala Lumpur
Jambo!!! Nairobi
สามคืน สี่วัน Trivandrum, India
มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง
มาเฟียไทยในSeychelles
โคลอมโบ...ที่รัก...
Vienna and Khartoum
กลับจากเวียนนาแล้วค่ะ
Standby 12 ชั่วโมง และติดหวัดงอมแงม
วันแห่งความสำเร็จ Wing Ceremony
วันสุดท้าย...และย้อนหลังวันเกิดSally
My First Observation Flight
สุขสันต์วันเกิดค่ะแม่
วันอันยาวนาน
ข้อความจากพ่อ...และ...สุขสันต์วันพ่อค่ะ
กำไรของคนตื่นเช้า...หมอกขาวๆ หนาวๆ สวยๆ
ประสบการณ์เฉียดตาย ก่อนได้บิน






Berlin...เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

 

นุ้ยเดินทางไปยังเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ด้วยเครื่องบิน A319 โดยมีหัวหน้าไฟล์ทเป็นชาวฟิลิปปินส์, สจ๊วตสาวชาวบราซิล, แอร์ฯสาวชาวโรมาเนีย และโมร๊อกโก เป็นเพื่อนร่วมงานของนุ้ย นี่คือครั้งแรกที่นุ้ยทำไฟล์ทไปเยอรมนี มีความสุขมากๆ เพราะมีผู้โดยสารคนไทยเดินทางไปด้วยทั้งขาไปและขากลับ การได้พูดภาษาไทย ได้ดูแลคนไทยกันเองในไฟล์ทมันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เหมือนได้ดูแลญาติพี่น้อง และเหมือนได้อยู่ใกล้บ้านเราขึ้นอีกนิด...

 

พวกเราlandที่ Tegel International Airport ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 18.15 นาที สิ่งที่นุ้ยประทับใจคือ เราlandมาพร้อมกับหิมะ สวยมากๆ...ทันทีที่ถึงห้องพักที่ Hilton Berlin ถ่ายรูปห้องมาให้ดูกัน ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เข้านอน เพราะเหนื่อยเหลือเกิน

 

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

 

เบอร์ลิน เป็นเมืองหลวงของประเทศเยอรมนี เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในเยอรมนี และเป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป รองจากลอนดอน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี 2492 ถึง 2533 เมืองเบอร์ลินถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือเบอร์ลินตะวันออก และเบอร์ลินตะวันตก ซึ่งฝั่งตะวันออก ปกครองโดยสหภาพโซเวียต และฝั่งตะวันตกปกครองโดย สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ในตอนแรกการแบ่งเขตยังไม่เคร่งครัดมากนัก ประชาชนสองฝั่งสามารถไปมาหาสู่กันได้ จนกระทั่งสงครามเย็นถึงจุดตึงเครียด รัฐบาลเบอร์ลินตะวันออกได้สร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2504 ตัดขาดสองฝั่งของเมืองออกจากกันโดยสิ้นเชิง และสุดท้ายก็ได้มีการรวมประเทศกันอีกครั้งเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2533 สิ้นสุดความหมายของกำแพงเบอร์ลิน เลือด น้ำตาแห่งความสูญเสีย...

 

เช้าวันที่ 10 นุ้ยยังคงเป็นนุ้ย ตื่นแต่เช้ามากๆ เหมือนเดิม อาบน้ำแต่งตัว หม่ำโจ๊กคนอร์และช็อคโกแลตร้อน ก็ออกไปเดินข้างนอกคนเดียว โดยเริ่มต้นจาก Der Gendarmenmarkt Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรมก่อนเลย หิมะตกลงมาปรอยๆ พอให้ได้ชื่นใจ จากนั้นก็เดินต่อไปเรื่อยๆ จนไปผ่าน พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการสื่อสาร Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ แต่ไม่ได้เข้าไป เพราะเช้ามากๆ ยังไม่เปิดค่ะ จากนั้นก็เดินย้อนกลับมา

แล้วก็ไปที่ Checkpoint Charlie Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ ซึ่งในช่วงสงครามเย็นนั้น บริเวณCheckpoint Charlie ถือเป็น เขตการปกครองของอเมริกา ที่นั่นมีพิพิธภัณฑ์ Haus am Checkpoint Charlie Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ  Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวอันน่าอดสูของเบอร์ลิน

 

การแบ่งเบอร์ลินออกเป็นสองฝั่ง ตะวันออกและตะวันตก ในเบื้องต้นเป็นเพียงแค่รั้วลวดหนามเท่านั้น แต่เมื่อผู้คน ทนความอัปยศอดสูของการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ของฝั่งตะวันออกไม่ไหว มีการหนีมาทางฝั่งตะวันตกมากขึ้น กำแพงเบอร์ลินจึงถูกสร้างขึ้น เพื่อแยกประชาชนทั้งสองฝั่งออกจากกันโดยสิ้นเชิง โดยมีCheckpoint Charlie เป็นจุดผ่านของผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

ความอัปยศอดสู ลำบากแสนเข็ญ ทำให้ผู้คนฝั่งตะวันออก พยายามหนีกันมากขึ้น แม้รู้ว่าการหนีอาจจะพาพวกเค้าไปพบกับจุดจบของชีวิต แต่ก็ยังจะหนี ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งฝ่าด่านออกมา เอารถชนด่าน แล้วก็ถูกยิงตาย เป็นการหาอิสรภาพที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก ต่อมา ผู้คนเรียนรู้การหนี ด้วยการขุดอุโมงค์จากบ้านที่อยู่ มาออกยังฝั่งตะวันตก เริ่มจากกลุ่มวัยรุ่น ที่ร่วมมือกันขุดอุโมงค์เล็กๆ แล้วคลานออกมาทีละคน สุดท้ายอุโมงค์ก็ถูกค้นพบ เพราะคนสุดท้ายที่ออกมา ไม่ได้มีคนตามมาทำลายหลักฐานการหนี เมื่อวัยรุ่นสามารถหนีกันไปได้ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่พอจะมีเรี่ยวแรง ก็คิดที่จะขุดอุโมงค์หนีออกไปบ้าง โดยขุดอุโมงค์ที่ใหญ่กว่า โดยจะแบ่งกันเป็น 2 ชุด ชุดนึงขุดอุโมงค์ ชุดนึงอยู่ข้างบน แสร้งทำเป็นปลูกต้นไม้ ซ่อมแซมตรงนั้นตรงนี้ เพื่อกลบเสียง และเบี่ยงเบนความสนใจในที่สุดพวกเค้าก็หนีกันได้โดยสำเร็จ

 

นุ้ยหยุดยืนอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์นานพอสมควร หลังจากรับรู้เรื่องราวอันน่าหดหู่ของมนุษยชาติเยี่ยงนี้ ถ้าคนเราไม่อยากได้ใคร่มี ไม่ใฝ่ในอำนาจ คงไม่ต้องมีเรื่องเศร้าและสูญเสียมากมายขนาดนี้ แม้จะเป็นเวลาเช้า แต่ก็ทำให้หดหู่เศร้าหมอง หิมะที่ตกลงมาหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้รู้สึกหนาวและเหงามากขึ้น นุ้ยแทบจะเดินกลับโรงแรมไม่ไหว เลยไปหยุดพักที่ร้านเล็กๆ ริมถนนซื้อแซนด์วิชแบบเยอรมันมากินแก้หนาว Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ แล้วก็เดินกลับโรงแรม...เข้าไปพักได้ครู่ใหญ่ๆ ก็ได้เวลาที่นัดกับ Marianne, Claudio และ Ramonaไว้...พวกเราย้อนกลับทางเก่าที่นุ้ยเดินย่ำมาเมื่อตอนเช้า จากcheckpoint Charlie ก็เดินต่อไปเรื่อยๆ

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

จนถึง พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเทคโนโลยี Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ แต่ไม่ได้เข้าไปเที่ยวข้างใน เพราะมีกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษาเยอะมาก จากนั้นเราก็เดินย้อนกลับ และแวะไปที่Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Eingang Zum Bunker ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี 1943 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กำแพงของบังเกอร์หนา 2.13 เมตร มีพื้นที่ 3,600 ตารางเมตร แบ่งเป็น ห้าชั้น หลังจากสงคราม บังเกอร์นี้ก็ได้เปลี่ยนเป็นค่ายผู้อพยพ และปัจจุบันได้กลายเป็นบ้านผีสิง เก็บค่าเข้าชมซะอย่างนั้น เออหนอ! ประหลาดจริง จากนั้นเราก็ไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ซื้อของกิน สตรอเบอรี่ที่นั่น ลูกโตมากๆ สีแดงสวยสด หวานหอม 3 กิโล เพิ่งจะหนึ่งยูโร แต่นุ้ยก็ไม่ได้ซื้ออะไรมาก แค่ไส้กรอกหมูในน้ำเกลือ หมูแฮมรมควัน แล้วก็สตรอเบอรี่ แค่นี้ก็อิ่มได้แล้วหนึ่งมื้อ จากนั้นเอาของไปเก็บในโรงแรม นุ้ยเปลี่ยนเสื้อกันหนาว เป็นตัวที่หนาขึ้น เพราะแจ๊คเก็ตหนังตัวยาวที่ใส่อยู่ ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว หนาวมากๆ แล้วเราก็ออกเดินกันอีกครั้งเพื่อไปยัง Brandenburger Tor หรือ Brandenburg Gate ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่บอกเขตความเป็นฝั่งตะวันตกและตะวันออก นุ้ยตั้งใจมากๆ ที่อยากจะเห็นแนวของ Berlin Wall ที่อยู่หลัง Brandenburg Gate แต่เนื่องจากหิมะลงหนาแล้วก็เป็นเวลามืดแล้ว เราเลยตกลงใจจะกลับมากันอีกครั้ง ในวันรุ่งขึ้น

 

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

นี่แหล่ะค่ะ...แนวกำแพงเบอร์ลิน...กำแพงแห่งความอัปยศของมนุษยชาติ

 

ในที่สุด นุ้ยก็ได้เห็น แนวของกำแพงแห่งความอัปยศ เลือด น้ำตา และความสูญเสียของชาวเยอรมัน...ที่ปัจจุบันเป็นเพียงแค่แนวเส้นบางๆ บนพื้นถนนเท่านั้น สมใจอยาก แล้วนุ้ยก็เดินต่อไปในฝั่งของเบอร์ลินตะวันออก(ในอดีต) Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ ข้างหลังที่เห็นเป็นโดมกลมๆ คือ Parliament ค่ะ

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ 

ที่นี้ไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่คาดว่าเป็นอนุสาวรีย์ของทหารสมัยสงครามค่ะ

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

โดยมีจุดหมายปลายทางคือ Victory Monument  Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ ที่เลียนแบบการสร้างถนนมาจาก ชอง-เอลิเซ่ในฝรั่งเศส ระยะทาง 2,500 เมตร เดินไปและกลับ ในสภาพอากาศติดลบ หิมะตก ก็ทำให้แทบแย่ได้เหมือนกัน หลังจากที่เรากลับมาถึง Brandenburg Gate อีกครั้ง ก็ตกลงที่จะกลับโรงแรม แต่นุ้ยก็แยกตัวไปเดินห้างที่อยู่ตรงข้ามโรงแรมก่อน นุ้ยไปหม่ำมื้อเย็นที่ร้าน Merado ก็อร่อยดีนะคะ แต่บริการแย่ ดูถูกเราง่ะ เห็นเป็นหัวดำ พวกหัวทองก็มองเป็นก้อนอึ๊ซะล่ะมั้ง แย่ๆ ตอนจ่ายตังค์ เลยเขียนลงไปในบิลว่า มนุษย์ทุกคนในโลก มีความเท่าเทียมกัน พนักงานของคุณให้Great Service กับพวกหัวทองด้วยกัน แต่กับชั้นซึ่งหัวดำเป็นเอเชีย พนักงานของคุณทำเหมือนชั้นมาขอกินฟรี ให้นั่งรอ 30 นาที ไม่มีใครมารับออเดอร์ ลูกค้าก็ไม่ได้มากมาย ชั้นเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่สามขวบ ภาษาฝรั่งเศสตั้งแต่อายุ 14 ชั้นไม่ต้องการเวลาในการทำความเข้าใจกับเมนูนานขนาดนั้น...ชั้นเองก็ทำงานในส่วนของการบริการ ในสายการบินแห่งหนึ่ง ชั้นรู้ว่าการบริการคืออะไร...ในหัวจิตหัวใจของชั้น Customer is the King ....แล้วก็เดินออกจากร้านไปด้วยความเซ็ง...เดินห้างต่อ ก็เลยเข้าร้านขายหนังสือภาษาฝรั่งเศส กรี๊ดกร๊าด ได้ Le Petit Prince หรือเจ้าชายน้อย ฉบับภาษาฝรั่งเศสมาอ่าน อยากรู้นัก จะซาบซึ้งเหมือนอ่านภาษาไทยมั้ย...แล้วก็กลับโรงแรม อาบน้ำ จัดกระเป๋า เข้านอน เตรียมตัวกลับโดฮาในเช้าวันรุ่งขึ้น...

 

จบแล้วค่ะ เที่ยวเบอร์ลินในแบบมั่วๆ ของนุ้ย...วันที่ 22 มีไฟล์ทไป Milan (อีกแล้ว) กับน้องแน๊ตคนสวย...ได้ออฟหนึ่งวัน ทีนี้วางโปรแกรมไว้ละ จะพาน้องไป Verona ไปเยี่ยมบ้านของจูเลียตกัน...แหม! เปลี่ยนเจ้าแน๊ตเป็นคุณตาถุงหน่อยไม่ได้ อิอิ โรมิโอ กับจูเลียต...แล้วไปเที่ยวด้วยกันนะคะ

Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ Berlin เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ

 

ปล. พ่อคะแม่คะ นุ้ยกลับมาจากเบอร์ลินเมื่อคืนนี้ แปลกมาก สบายดี ไม่เป็นหวัดด้วย อยากโทรหาพ่อกับแม่ แต่โทรศัพท์ตังค์หมด ไม่ได้ไปกดตังค์ด้วย ไม่อยากออกจากบ้านอ่ะค่ะ คิดถึงพ่อกับแม่นะคะ อ้อ! คราวนี้ส่งโปสการ์ดไปให้สองใบนะคะ ใบหนึ่งจะมีซากของกำแพงเบอร์ลินอยู่ด้วย อีกใบจะเป็นรูปถ่ายเก่าของบริเวณกำแพงเบอร์ลินตั้งแต่สร้างๆ ใหม่ๆ ในหน้าหนาว ถ้าได้ไม่ครบอย่าลืมทวงไปรษณีย์นะคะ อุ๊ย! เกือบลืม วันนี้วันมาฆะบูชา พ่อกับแม่ทำบุญเผื่อนุ้ยด้วยนะคะ ยังไงก่อนนอนนุ้ยจะสวดมนต์ชุดใหญ่ค่ะ รักและคิดถึง พ่อกับแม่มากที่สุดในโลก...บ๊ายบายค่ะ

     Share

<< มัลดีฟส์...เออ!หนอ...เวลาช่างสั้นKathmandu...ทำไมต้องเป็นนุ้ยด้วยยยยย >>

Posted on Mon 13 Feb 2006 19:24

Comment
If my problem was a Death Star, this article is a photon topeodr.
Titan   
Mon 15 Jul 2013 7:19 [5]
 

ชอบมากค่ะความฝันคือการได้ไปสัมผัสเบอรลินทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับกำแพงเบอร์ล้นเหมือนโดนมนต์สะกดดูดให้ใจคิดว่าวันหนึ่งชั้นจะไปที่เบอร์ลินเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ...ขอบคุณมากมายนพะคะ...ขอให้มทุกเที่ยวบินปลอดภัยนำเรื่องราวดีๆมาแลกเปลี่ยนกันค่ะ...เก๋
เก๋   
Wed 1 Sep 2010 23:34 [4]
 

ชอบมากค่ะความฝันคือการได้ไปสัมผัสเบอรลินทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับกำแพงเบอร์ล้นเหมือนโดนมนต์สะกดดูดให้ใจคิดว่าวันหนึ่งชั้นจะไปที่เบอร์ลินเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ...ขอบคุณมากมายนพะคะ...ขอให้มทุกเที่ยวบินปลอดภัยนำเรื่องราวดีๆมาแลกเปลี่ยนกันค่ะ...เก๋
เก๋   
Wed 1 Sep 2010 23:33 [3]
 

narintorn105@hotmail.com
ปอย   
Fri 21 Dec 2007 20:08 [2]
 

พี่ค่ะ หนูอ่าน ที่พี่เขียนดูแล้วน่าสนุกมากๆเลยอ่ะค่ะ ตอนนี้ หนูเรียนเกี่ยวกับธุรกิจการบิน(มหาลัย) มานยากมากๆเลย หนุเรียนภาษา อังกฤษ ตั้งแต่อนุบาล จนถึงตอนนี้หนูอายุ ก้อ20นิดๆแหละ ยังพุด อังกฤษไม่ได้เลยอ่ะค่><"
พี่ มีวิธี อะไรมั้ยอ่ะค่ะที่จะพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ...
ถ้าพี่ไม่รังเกียจ อย่าลืม แอดมาหาหนูน๊าค่า^^
จะรอน่ะค่ะ
ปอย   
Fri 21 Dec 2007 20:07 [1]
 


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh