Long Live the KING
Triple BKK
DOH-DEL-DOH-TIP-CMN-DOH
14 days in Thailand
ชีวิตแอร์ฯ คูโบต้า
รอสเตอร์ใหม่+ผมสั้น และ กลับบ้านเราดีกว่า...........
Madrid...Gallery and Dhaka detail
แดดสวย ฟ้าใสในMadrid, Spain
Gallery
Happy Birthday to me
Milan-Verona-Teharan-Hyderabad...ไดอารี่รวมมิตร
รึว่าเลือดจะไป ลมจะมา
Kathmandu...ทำไมต้องเป็นนุ้ยด้วยยยยย
Berlin...เมืองแห่งประวัติศาตร์อันขมขื่น เลือด น้ำตา ความสูญเสียของมนุษยชาติ
มัลดีฟส์...เออ!หนอ...เวลาช่างสั้น
ก่อนที่เราจะออกไปบิน...
Gong Xi Fa Cai...Kuala Lumpur
Jambo!!! Nairobi
สามคืน สี่วัน Trivandrum, India
มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง
มาเฟียไทยในSeychelles
โคลอมโบ...ที่รัก...
Vienna and Khartoum
กลับจากเวียนนาแล้วค่ะ
Standby 12 ชั่วโมง และติดหวัดงอมแงม
วันแห่งความสำเร็จ Wing Ceremony
วันสุดท้าย...และย้อนหลังวันเกิดSally
My First Observation Flight
สุขสันต์วันเกิดค่ะแม่
วันอันยาวนาน
ข้อความจากพ่อ...และ...สุขสันต์วันพ่อค่ะ
กำไรของคนตื่นเช้า...หมอกขาวๆ หนาวๆ สวยๆ
ประสบการณ์เฉียดตาย ก่อนได้บิน
Sand Dune สวย สนุก สุข เสียวววววว
Uniform มาแล้ววววว
Qatar Aeronautical College
Kiss me, Brad Pitt
เซ็งอูฐ
Fire Fighting






มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

HaHa! Milano……….

 

สวัสดีค่ะ นุ้ยกลับมาจากมิลานแล้ว...มีรูป กะมีเรื่องมากมายมาฝากค่ะ...จริงๆ มีรูปเยอะกว่านี้ แต่putfileเป็นไรไม่รู้ โหลดไม่ได้ซะงั้น แงๆๆๆ

 

ตอนเย็นๆ วันที่ 6 นุ้ยก็ออกเดินทางจากโดฮาไปยังมิลานด้วยเครื่องบิน Airbus 300-600 โดยลูกเรือโดยคร่าวๆ มีดังนี้ CSD เป็นอินเดีย CS เป็นอิหร่าน Galley ครัวหลัง พี่เอมี่ สาวไทยหุ่นสะบึม และนุ้ย สาวไทยเช่นกัน รับหน้าที่ เป็น R3 เนื่องจากไฟล์ทนี้เป็นadditional flight ขั้นตอนการเสิร์ฟ ก็เลยประหลาดไปกว่าปกติ โดยเริ่มเสิร์ฟ Refreshments ก่อน แล้วค่อยตามด้วย FLD งานนี้เล่นเอาเพี้ยนเหมือนกัน แต่ไม่เหนื่อยมาก ผู้โดยฯส่วนมาก อิ่มแล้วก็หลับ มีบ้างที่เข้าห้องน้ำเก่ง แล้วก็ทิ้งระเบิดกองโตไว้ในชักโครก แถมเกาะติดเหนียวแน่นหนึบ flush ยังไงก็ไม่ลง นุ้ยก็กรี๊ดไปหนึ่งรอบก่อนวิ่งไปถามCSว่า ล๊อกห้องน้ำนี้ไปเลยได้มั้ยค๊า มีอุนจิก้อนบึ้มติดอยู่ flush สามรอบแล้วก็ยังไม่ลง CS ก็ปั้นหน้าซีเรียสก่อนบอกว่า ให้ไปเอากาแฟร้อนๆ ที่จะgash กับน้ำร้อนๆ ที่brew ออกมา เทลงไป นุ้ยก็รับคำแบบอยากจะตาย ก็มันเหม็นนี่นา พอเอาน้ำร้อนๆ เทลงไป 2 กา คุณพระช่วย!!!! ที่ติดหนึบอยู่ ก็ลอยฟูฟ่องขึ้นมาอวดโฉมซะอย่างนั้น นุ้ยก็กลั้นหูกลั้นใจ กดมันลงไป โชคดีนะ ที่ก่อนจะเจอของแถมผู้โดยสาร นุ้ยได้ทานอะไรต่ออะไรจนอิ่มแล้ว เพราะหลังจากนั้น นุ้ยทานอะไรไม่ลงอีกเลย แม้แต่น้ำ ปัดโถ่เฟ้ย! มีไอ้แบบนี้ในไฟล์ทยุโรปได้ไงเนี่ย...แม่มมมมม...เอาเถอะ

 

เราไปถึงมิลานโดยสวัสดิภาพ ในอุณหภูมิ -3 องศา ก่อนจะไปนุ้ยก็เช็คพยากรณ์อากาศในwebsite ของ CNN กะ BBC ว่า หิมะจะตก ปรากฎว่าเหลือแค่ร่องรอยของหิมะ ที่ยังละลายไม่หมดซะอย่างนั้น เซ็งอูฐ!!! พอไปถึงโรงแรม ดีใจมาก เจอคุณพ่อของNiss สาวชาวศรีลังกา เพื่อนร่วมไฟล์ทโคลอมโบของนุ้ย ซึ่งครอบครัวไปตั้งรกรากที่มิลาน แล้วพี่สาวของNiss ก็เพิ่งคลอดหลานสาวตัวน้อยออกมา แล้วNiss ฝากของขวัญไปกับนุ้ยให้เอาไปให้พ่อของเค้า ดีใจจัง ได้ทำให้คนเค้ามีความสุข ชอบๆๆๆ

 

โรงแรมที่เราพักชื่อ Four Points Sheraton Milan Centre เป็นโรงแรมเล็กๆ ตอนที่รอแจกKey card นุ้ยกะพี่เอมี่ ภาวนาว่า ไม่เอาชั้น 6 ไม่เอาชั้น 6 เพราะว่า มีใครคนนึงบอกว่า เจอสิ่งเร้นลับที่ชั้นนั้น แล้วเราก็ดีใจมาก ที่ได้พักกันที่ชั้น 4 พอขึ้นลิฟท์ไป อืมม์! สภาพโรงแรม มันเล็กๆ อึดอัด และดูมืดๆ ทึมๆ เงียบๆ นุ้ยได้อยู่ห้อง 429 เป็นเตียงเดี่ยว ส่วนพี่เอมี่อยู่ห้อง 410 เป็นเตียงคู่...นุ้ยเปิดไฟ เปิดBBC World (อีกแล้ว) ซะดังลั่น แต่เชื่อมั้ยสภาพแบบนี้นุ้ยหลับได้ ชินซะแล้ว แต่มาอยู่ที่นี่ อึดอัดค่ะ โรงแรมเล็ก วิวนอกหน้าต่างไม่สวย ฮีทเตอร์ร้อน ปรับเองไม่ได้ โทรไปหาreception สามรอบบอกว่า กรุณาปรับให้ดิฉันด้วยเถอะ หายใจไม่ออก ร้อนทรมาน แต่เค้าบอกว่าปรับแล้ว ปรับมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว นุ้ยเลยลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่างซะเลย อุณหภูมิติดลบนี่ล่ะ ลมเย็นๆ พัดเข้ามา ค่อยหลับได้สบายหน่อย ตื่นมาแต่เช้าตรู่ตามเคย ทำนู่นทำนี่ โทรปลุกพี่เอมี่ แล้วนุ้ยก็อาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปเที่ยวในเมืองกัน...พอเจอหน้า พี่เอมี่ถามว่าหลับได้มั้ย นุ้ยบอกว่าก็ได้อยู่ แต่ไม่สบายเพราะร้อน ต้องเปิดหน้าต่าง พี่เอมี่บอกว่า พี่นอนไม่ได้เลย มีเสียงอะไรไม่รู้ดังอยู่เรื่อยๆ และเหมือนว่ามีคนเปิดปิดแอร์อยู่ตลอดเวลา...บรึ๋ย! แล้วพี่เอมี่ก็ชวนให้นุ้ยไปนอนด้วยกันคืนนี้ นุ้ยก็โอเค ได้อยู่แล้วสบายมาก ขนหนังสือสวดมนต์ และพระที่พกไปด้วย ไปเต็มเหนี่ยว ไม่รู้ว่าพี่เอมี่เจอจริงๆ หรืออุปทานกันแน่ เพราะก่อนถึงโรงแรมก็พูดเรื่องนี้กัน (พูดทำไม???...ฮ่าๆๆ) อ่ะๆๆ พักเรื่องแบบนี้ไปก่อน กลับมาต่อเรื่องเที่ยวกันดีกว่า

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

--Internet on TV ชั่วโมงละ 10 ยูโร แพงมาก--

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

--วิวจากหน้าต่างห้องตอนเช้าตรู่ ไม่สวยเล้ยยยยย--

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

เราทั้งคู่ไม่เคยมามิลานเลย ไม่มีข้อมูลใดๆ ก็เลยถามเอาจาก reception ว่า มีที่ไหนไปเที่ยวได้บ้าง (ใจอยากจะไปเวนิส แต่มีเวลาไม่พอ เซ็ง!!!) แม่คนงามผมบลอนด์ก็บอกว่า ไปDuomoสิคะ one-way ticket แค่ยูโรเดียวเอง ลงรถMetro แถวๆ โรงแรมก็ถึงเลย เอ้า! เราก็ออกเดินทาง เดินไปเรื่อยๆ เมืองอาร้าย ยังกะป่าช้า เงียบเชียบเชียว ถนนหนทางสกปรก เวียนนาสวยสะอาดกว่ากันเยอะ หาทางไปลงmetroไม่เจอ เดินไปก็เจอลุงแก่ๆ ถามเค้าว่า metroอยู่ตรงไหนค๊า อีตาลุงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่รู้ว่า metro ก็เลยบอกให้เราเดินตาม ไปเจอสี่แยก มีทางลงอยู่สี่มุม ไม่รู้ลงมุมไหน ก็ตามลุงแกไป พอลงไปก็เหวออีก ซื้อตั๋วตรงไหน ทำอะไรก็ไม่รู้ ทางลงเอย ที่สถานีเอยก็น่ากลัวสุดๆ เหมือนอุโมงค์ข้ามถนนแถวๆ จุฬายังไงยังงั้น วนไปวนมา ลงไปข้างล่างได้ไงไม่รู้ ยังไม่มีตั๋วเลย เกือบขึ้นรถฟรีแล้วมั้ยล่ะ อิอิ ก็ไปที่ร้านขายหนังสือ ซื้อตั๋วไป-กลับ คนละ 2 ยูโร ลงไปถึงแล้ว ก็หาไม่เจอว่า สถานีDuomo มันขึ้นฝั่งไหน ด้านซ้ายหรือขวา กว่าจะหาคนถามที่พูดอังกฤษรู้เรื่อง พระเจ้าช่วย แทบตายอยู่ในนั้น ปรากฎว่า เราลงmetroผิดอุโมงค์ค่ะ ต้องไปสายสีเหลือง ดันไปลงสายสีเขียวซะงั้น ยังดีมีคุณตาแก่ๆ บอกเราและพาเราขึ้นmetro ไปเปลี่ยนรถสายสีแดง ซึ่งjoinกับสายสีเหลืองที่Duomoพอดี กว่าจะถึงDuomo ก็แทบจะหมดเวลา อิอิ

--หยอดตั๋วลงMetro--

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

--สามีภรรยาคู่นี้ มาร้องเพลงเล่นดนตรี เสียงดีมากๆ นุ้ยเสียไป 1 ยูโร ด้วยความเต็มใจ--

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

แต่ขึ้นไปถึงแล้ว ก็แอบกรี๊ด โผล่ขึ้นมาเจอจตุรัส มีนกพิราบเพียบ แล้วก็เจอ Cathedral of Duomo พอดี...เราถ่ายรูปกันที่จตุรัสจนหนำใจ ก็เข้าไปเที่ยวในโบสถ์กัน อีตายามหน้าโบสถ์ดันทักนุ้ยเป็นภาษาญี่ปุ่น เลยต้องบอกว่า ขอโทษนะยะ เป็นคนไทยย่ะ เค้าก็เลยหน้าแตกไป แหม! เห็นว่าหล่อหรอกนะ ถึงให้อภัย สงสัยว่าคนที่นั่นจะรู้จักแต่ญี่ปุ่น เพราะโดนทักเป็นภาษาญี่ปุ่นเยอะมาก ไอ้เจ้าพวกนี้นี่ รู้จักมั้ยยะไทยแลนด์น่ะ โอ๊ย! แต่เอาเถอะ อิอิ ผู้ชายอิตาเลี่ยนนี่หล่อจริงๆ ค่ะ เจริญหูเจริญตาชะมัด สองป้าแก่เที่ยวไป น้ำลายไหลยืดไป กรี๊ดกร๊าดกันงุงิๆ สองคน กร๊ากกกกก...ป่าวน๊า เค้าป่าวน๊า คุณตาถุง เค้าแค่มองง่ะ อาหารตา...เค้ารักตะเองคนเดียวหรอกน่า แหมๆๆๆ เลิกค้อนได้แล้ว อิอิ

--จตุรัส Duomo--

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

อ่ะต่อกันดีกว่า ชักนอกเรื่อง ในโบสถ์ก็สวยดีค่ะ ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย เดินตามคนอื่นไปเรื่อย หลงลงไปใต้ดิน เจอร่างใส่หน้ากากนอนในโลงแก้วของพระคาร์ดินัลซักองค์ของศาสนาคริสต์นี่หล่ะ น่ากลัวชะมัด บรรยากาศทึมๆ รีบออกดีกว่า ออกมาก็เจอบาทหลวงมานำสวดและเทศน์พอดี ก็เลยยืนฟัง (แต่ไม่รู้เรื่อง เพราะเป็นภาษาอิตาเลี่ยน) แล้วก็ไปจุดเทียนขอพร ปักไว้ที่นั่น ขอเผื่อพ่อกับแม่ น้องเบิร์ด คุณตาถุง เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และมิตรรักแฟนไดอารี่ทุกคนเลยค่ะ เค้าว่าอธิษฐานแบบนั้นจะเป็นจริงนะคะ ของแรง อิอิ

 

จากนั้นก็ออกไปเดินแบบตั้งใจว่าจะ window shopping ค่ะ ไม่อยากใช้กะตังค์ นอกจากการกิน  แต่พอดีช่วงนี้เค้ามีเทศกาลงานออกร้าน ประมาณงานฤดูหนาว อะไรอย่างเงียะพอดี มีของขายเยอะแยะเลย นุ้ยได้โปสการ์ด 2 ใบ magnetติดตู้เย็นอันหนึ่ง รวมราคา 4.10 ยูโร แล้วก็หมวกสีครีมน่ารักๆ มาหนึ่งใบราคา 7 ยูโร ผ้าพันคอกะหมวกไหมพรม มีดอกกุหลาบ รวมสองชิ้น 9 ยูโร แล้วก็ไปเดินย่านแบรนด์เนม แค่ดูล่ะ ไม่มีตังค์ซื้อ ต่อให้มีก็อาจจะไม่ซื้อ (ทั้งๆ ที่อยากจะซื้อแทบตาย) เพราะมีโครงการจะเอากะตังค์ไปทำอะไรที่เกิดประโยชน์กว่านั้น แล้วก็ยอมเสียตังค์ประมาณ 20 กว่ายูโร เพื่อกินพาสต้า ในเมืองต้นกำเนิดแบบนี้ อร่อยดี อิ่มแทบอ้วก แล้วก็เดินเที่ยวต่อ เข้ามันซะทุกร้าน สรุปก็เสียไปอีก 24 ยูโร สำหรับเสื้อโค้ตยาวเท่าสะโพก เป็นไหมพรมถักสีชมพู (สีชมพูอีกแล้ว ชอบง่ะ เกิดวันอังคาร เกี่ยวมั้ยเนี่ย???) ที่ร้านH&M ร้านนี้เนี่ยมีทั่วยุโรป คราวที่แล้วไปเวียนนา ก็โดนร้านนี้ดูดตังค์ไป 2 ยูโร สำหรับถุงมือที่สวยแต่ไม่อุ่น และอีก 59 ยูโร สำหรับเสื้อกันหนาวสีชมพูที่ใส่เดินไปเดินมาที่มิลานนี่ล่ะค่ะ...เดินไปเรื่อยๆ พี่เอมี่ก็ได้ของเรื่อยๆ เช่นกัน จนกระทั่งฟ้ามืด...ตั้งใจจะกลับ ก็ย้อนกลับไปนั่งที่บันไดหน้าโบสถ์ ด้วยความโหดส่วนตัว นั่งกิน Gelati ไอศกรีมอิตาเลี่ยนขนานแท้ ในบรรยากาศหนาวเหน็บ ประมาณ 0 องศาได้ กินกันคนละโคน ราคา 0.75 ยูโร นุ้ยกินรสโยเกิร์ต พี่เอมี่กินรสช๊อคโกแลต...แอบชิมของพี่เอมี่ เนื้อไอศกรีมนุ่มเนียน อร่อยมาก ส่วนโยเกิร์ตของนุ้ยก็อร่อย ขอบไอศกรีม เป็นครีมๆ เหมือนเนื้อโยเกิร์ตที่แข็งแล้วเลย ได้รสชาตินมๆ อร่อยมาก นึกว่าจะหนาวตายตรงนั้น แต่กินแล้วอุ่นดี แล้วก็ลงmetro คลำทางกลับโรงแรมกันอีกที...ไปถึงสถานี Centrale โผล่ขึ้นมาตรงไหนก็ไม่รู้ เจอไปรษณีย์ เลยเข้าไปเขียนโปสการ์ดส่งหาพ่อกะแม่แล้วก็คุณตาถุงซะเลย (เนี่ยคุณตาถุงได้โปสการ์ดจากเวียนนากะโคลอมโบแล้ว แต่พ่อกะแม่ยังไม่ได้เลย ไปรษณีย์ไทย ห่วยใช่มะคะเนี่ย) เสร็จแล้วค่อยออกมาหาคนถาม ว่ากลับโรงแรมยังไง กว่าจะหาทางกลับได้ แทบลากเลือด กลัวก็กลัว มืดแล้วนี่นา...พอถึงโรงแรมก็ไปห้องพี่เอมี่ รอพี่เอมีอาบน้ำ ระหว่างพี่เค้าอาบน้ำ ก็เอากะตังค์มานับ สรุปใช้กะตังค์ไปดังนี้

: ค่าตั๋วmetro ไป-กลับ                                                                                          2             ยูโร

: ค่าโปสการ์ด และ magnet จากร้านขายของที่ระลึก                                 4.10       ยูโร

: ค่าหมวกสีครีม                                                                                                      7             ยูโร

: ค่าเสื้อไหมพรมถัก                                                                                               24           ยูโร

: ค่าหมวกและผ้าพันคอ เข้าชุดกัน                                                                         9          ยูโร

: กินพาสต้าแซลมอน                                                                                              22        ยูโร

: ค่าไอศกรีมGelati รสโยเกิร์ต                                                                              0.75     ยูโร

                Total                                                                            68.85    ยูโร  ดีใจไม่เกินงบ ตั้งไว้ที่ 70 ยูโร (ก็เกือบเกินอ่ะ ไว้บินเยอะๆ บ่อยๆ ก่อน จะลดงบเหลือแค่ 50 ยูโร พี่เมสอนไว้ จะได้มีตังค์เก็บเยอะๆ)

    --สายไหม 2 ยูโร ลืมคำนวณตังค์--

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

 มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

--รูปปั้น Leonardo--

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

--Menuร้านอาหารที่นุ้ยไปนั่งกิน--

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

 

มิลาน สวย เหนื่อย เซ็ง

         

พอพี่เอมี่อาบน้ำเสร็จ เราก็หอบเอามาม่า มาที่ห้องนุ้ย กินมาม่า รอนุ้ยอาบน้ำ แล้วก็ย้ายกลับไปนอนที่ห้องพี่เอมี่ (กลัวกันขี้ขึ้นสมองเชียว อิอิ) นุ้ยก็หลับสบายดี พี่เอมี่บอกว่าไม่มีเสียงแปลกๆ ละ แต่นอนไม่หลับอยู่ดี บางอย่างคับอกคับใจอยู่ พี่เค้าเครียด

 

ไฟล์ทขากลับ เจอเครื่องการบินไทย จอดอยู่ข้างๆ ตอนเดินบันไดขึ้นเครื่องเรา น้ำตามันซึมมาจากไหนไม่รู้ อยากกลับบ้าน ทำไมไม่ได้เป็นแอร์การบินไทยนะเรา จะได้ไม่ต้องทรมานทรกรรมกับผู้โดยสารเลวๆ และเพื่อนร่วมงานชาติชุ่ยๆ แบบนี้ ที่สำคัญได้อยู่บ้าน กับคนที่เรารัก และรักเราอย่างจริงใจที่สุด การทำงานขากลับ ตำแหน่งของนุ้ยโดนเปลี่ยนเป็น L3 ก็โอเค ไม่ต่างจากเดิม แค่ย้ายข้างเท่านั้นเอง แต่คุณขา ผู้โดยขากลับส่วนใหญ่เป็นอินเดียค่ะ มีฝรั่งไม่มาก แล้วฝรั่งพวกนี้นะ เค้าต่อไปบ้านเราล่ะ ไปเที่ยวภูเก็ตกัน ดีใจจัง เอ้าต่อๆ พวกอินเดียพวกนี้ ดื้อด้านเหมือนวัวเหมือนควาย บอกไม่ให้ใช้มือถือ ยืนให้มันปิด พอเราเดินไป มันก็เปิดอีก ตอนทำservice ก็เรื่องมากที่สุด จะเอานู่นเอานี่ เห็นเครื่องบินเป็นร้านอาหารตามสั่งเคลื่อนที่รึยังไง บ้าจริง!!! อีแขกตัวนึง พยายามจะยัดแก้ว ยัดถ้วย มาใส่ในfull tray ของนุ้ย ซึ่งเต็มอึ้ด แทบเดินขยับไปไหนไม่ได้ เพราะอาจจะหล่นโปะบนหัวล้านเลี่ยนของใครเข้า นุ้ยก็บอกว่า ขอโทษนะค๊า เดี๋ยวอิฉันกลับมาใหม่ ตอนนี้อิฉันเต็มล้นถือไม่ไหวแล้ว พอกลับมาถึงนะคะ มันเททั่วพื้นเลย โห! โกรธมาก แต่ก็กล้ำกลืน นั่งลงเก็บให้เรียบร้อยในใจด่ามัน สารพัดภาษามากๆ แล้วไอ้บางตัว (ก็หลายตัวอยู่) ใช้มือถือกันระหว่างไฟล์ท คุณขา ตอนแรกก็เตือนกันดีๆ Excuse-me Sir, Cell phones are not allowed in the aircraft, could you please switch-off it??? แล้วมันก็ส่ายหัวทำใสซื่อ แล้วก็ปิดเครื่อง พอเราเดินไป มันก็เปิดอีก นังนุ้ยก็เตือนอีก เป็นยังงี้สามสี่รอบ พอเจออีก นังแอร์ยิ้มหวานคนนี้องค์ลงทันที ตวาดดังลั่น พร้อมกับชี้หน้า แล้วตบ seat back ฉาดใหญ่ เฉี่ยวหัวมันด้วย (ก็รู้นะคะ ว่าทำแบบนี้ ไม่ดีเอามากๆ แต่เหนื่อยมากๆ กับการทำservice เอาใจพวกมัน แล้วยังต้องมาเจอเรื่องโง่ๆ แบบนี้อีก มันก็ทนไม่ไหวอ่ะค่ะ ขอโทษนะคะ) “Switch-off your cell phone now!!! If you don’t wanna died. Cell phone is very dangerous. To safe our life, do not switch-on it again otherwise I’ll inform to my supervisor and you cannot fly with QR anymore, Do you understand??? Give me your cellphone I’ll check and please keep it in your bag and do not touch it until the aircraft stop, Thank You” หลังจากนั้นอีบ้านั่นก็จ๋องไป กลัวนังแอร์นุ้ยทันที แต่ก็เจอผู้โดยฯพวกเพื่อนมัน กวนตีนตลอดเวลา จนทนไม่ไหว กลับมาครัวหลังร้องไห้ CSD ก็บีบไหล่ แล้วบอกว่า อย่าไปเสียน้ำตาให้ stupid pax พวกนี้ เช็ดหน้าเช็ดตาซะ แล้วออกไปด่ามัน สัตว์หมา ดอกทอง เหี้ยเอ๊ย แล้วก็กลับเข้ามา ย้ายโซนไปเป็น R3 โอเคนะ...จากที่ร้องไห้อยู่ อึ้งเลยค่ะ หัวเราะก๊าก ถามCSD ว่าอะไรนะ เค้าก็งง บอกภาษายูเอง ไม่เข้าใจหรอ ไปสิ ออกไปยิ้มแล้วพูดใส่หน้ามัน แล้วก็กลับเข้ามา เออ! งง CSD ด่าภาษาเราแตกฉานขนาดนี้ได้ไง แต่นุ้ยก็ไม่ได้ออกไปด่าหรอกค่ะ เกลียดขี้หน้าพวกมัน ไม่อยากมอง พอย้ายโซนก็ยังไม่วาย กวนทีนข้ามโซนอีก ตอนทำ refreshment มันถามว่าเนื้ออะไร ในแซนด์วิช นุ้ยก็งง แล้วก็บอก ไก่ไง ทำไมหรอ มันก็บอกว่า จะเอาเนื้อไก่ไง แล้วหัวเราะกันลั่นเคบิน โกรธมาก แล้วมันก็ไม่ขอ Mee Jee ที่รับผิดชอบโซนมันนะ ตะโกนขอ Lemon Tea //-->

     Share

<< มาเฟียไทยในSeychellesสามคืน สี่วัน Trivandrum, India >>

Posted on Tue 10 Jan 2006 19:03

Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh